หน้าที่ของ Routers, Switching, Access Points

Routers, Switching และ Access Points ล้วนแล้วแต่มีหน้าที่ของมันเองซึ่งหลายๆ อย่างมันก็อาจจะมีความคล้ายกันบ้างแต่แน่นอนว่าทั้ง 3 ตัวนี้มันต้องมีความแตกต่างกันอย่างแน่นอนซึ่งการใช้งานของทั้ง 3 ตัวนี้ก็จะมีความแตกต่างกันออกไป โดยเราจะแยกมันออกตามหน้าที่ของการทำงานของแต่ละตัวตามลำดับไป

 

– Routers เป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ชนิดหนึ่งที่จะคอยทำหน้าที่ในการหาเส้นทางที่ดีที่สุดในการส่งแพ็กเกจข้อมูล ซึ่งอยู่ระหว่างเครือขายคอมพิวเตอร์เพื่อไปสู่เครือข่ายปลายทาง ในส่วนของการใช้งาน Routers สามารถที่จะใช้ได้ทั้งสำนักงาน บ้าน ซึ่งอย่างไรก็ตาม Routers แต่ละรุ่นก็จะมีความสามารถในการใช้งานตามสเปคที่แตกต่างกันออกไปเราสามารถที่จะเลือกปรับใช้ให้เหมาะสมได้ ในส่วนของความปลอดภัยนั้น Routers จะมีความฉลาดในการพิจารณาที่รอบคอบพอสมควรไม่ว่าจะเป็นไฟร์วอลล์ หรือการจัดการ VPN ก็ตาม

 

– Switching เป็นอุปกรณ์ไอทีที่มีความคล้ายคลึงกับ Hub มาก แต่จะมีความสามารถที่มากกว่า hub ความแตกต่างที่ทำให้ switching ต่างออกมาก็คือ มันสามารถที่จะส่งข้อมูลได้ดีกว่า สูงกว่า เช่น switching ที่มีความเร็ว 10 Mbps แสดงว่าแต่ละ port ก็สามารถที่จะส่งได้ในความเร็ว 10 Mbps ด้วยเช่นกัน นอกจากนี้เครื่องที่ส่งมายัง switch ทุกเครื่องจะไม่ได้อยู่ในโดเมนเดียวกันเหมือนกับ Hub นั่นหมายความว่าในการส่งข้อมูล จะไม่ทำให้เกิดปัญหาข้อมูลชนกันนั่นเองแต่อย่างไรก็ตามในการใช้งานของ switching เพื่อเพิ่มความเร็วในการติดต่อเราเองก็จะต้องมีการแบ่งโดเมนด้วย โดยนำ switching มาเป็นศูนย์กลาง แล้วใช้เชื่อมกับเครื่องที่มีการเชื่อมกับเครื่องอื่นๆ ส่วนมากแล้วจะเป็นเครื่อง server การกระทำดังกล่าวจะช่วยให้เราสามารถที่จะส่งข้อมูลได้ครั้งละมากๆ ด้วยความเร็วที่สูงนั่นเอง

 

– Access Points เป็นตัวที่คอยกระจายสัญญาณไวเลส สามารถที่จะสร้างเครือข่ายไร้สายจากเครือข่าย LAN ได้อย่าง่ายดาย โดยการกระจายสัญญาณก็จะกระจายไปยังรัศมีของแต่ละ Access Points ที่จะสามารถทำได้ ซึ่งลักษณะที่จะทำให้เรารู้ว่าอุปกรณ์ตัวนี้คือ Access Points ก็คือการสังเกตช่องเสียบ LAN โดย Access Points จะมีช่องเสียบ LAN เพียงแค่ช่องเดียวเท่านั้น ในการเลือก Access Points มาใช้งานควรเลือกตัวที่มีเสา 2 เสา เพราะมันสามารถที่จะช่วยกระจายสัญญาณได้ดียิ่งขึ้น ในส่วนของการใช้งาน Access Points ค่อนข้างง่ายมากๆ เพราะในการติดตั้งเพียงแค่เสียบสาย LAN แล้วตั้งค่า IP ให้ตรงแล้วก็อยู่ในวงเดียวกับตัวของโมเด็ม เพียงเท่านี้ก็สามารถที่จะใช้งานได้แล้วในส่วนของผู้ใช้งานเองก็สามารถที่จะใช้งานได้อย่างสะดวก ไม่ต้องใช้เงินไปกับการซื้อสายเดินสายเน็ตอีกด้วย

Posted in New
Scroll to top