Open post

การใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ ของ Cisco

ด้วยเทคโนโลยีที่มีอยู่ทุกวันนี้ค่อนข้างเป็นสิ่งที่พัฒนาขึ้นอย่างรวดเร็ว เอาง่ายๆ ว่าแทบจะทุกอย่างบนโลกใบนี้ก็จำเป็นจะต้องหวังพึ่งเทคโนโลยีกันแทบทั้งนั้น คงไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าจะบอกว่าระบบ IT หรือเราอาจจะเข้าใจง่ายๆ ว่าเป็นระบบที่ทันสมัยทั้งในเรื่องของฮาร์ดแวร์ ก็คือสิ่งของจำพวกอุปกรณ์ต่างๆ และ ซอฟต์แวร์ ที่เป็นเรื่องของข้อมูลโปรแกรมที่ใช้ในการทำงานเป็นสิ่งที่เราต้องพบเจอเป็นประจำ การใช้งานให้ถูกวิธีจึงถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมากในการที่จะทำให้สิ่งต่างๆ เหล่านั้นเกิดประโยชน์สูงสุดกับตัวเองและคนรอบข้าง Cisco ก็ถือเป็นตัวเลือกอันดับ 1 ในด้าน IT ที่จะสามารถช่วยเหลือในด้านต่างๆ ได้อย่างลงตัวสุดๆ เพราะฉะนั้นไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประเภทใดของ Cisco ก็ควรจะมีหลักในการใช้งานดังนี้

  1. ศึกษาข้อมูลการใช้งานทุกๆ ครั้งก่อนเริ่ม – ไม่ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประเภทใดก็แล้วแต่ หรือต่อให้มีความชำนาญมากน้อยแค่ไหนก็ตาม เรื่องของการศึกษาข้อมูลในการใช้งานถือว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะขาดไปเสียไม่ได้เลย เพราะอย่าลืมว่าอุปกรณ์แต่ละอย่างนั้นก็มีเทคนิคหรือวิธีการใช้ที่แตกต่างกันออกไป แม้ว่าจะเป็นอุปกรณ์ประเภทเดียวกันแต่หากยี่ห้อต่างกันหรือว่ามีรุ่นที่แตกต่างกัน การใช้งานาก็อาจจะมีความแตกต่างกันได้ การศึกษาข้อมูลให้ดีก่อนการใช้งานทุกครั้งจึงเป็นสิ่งที่มีความสำคัญอย่างที่สุด
  2. ใช้งานตามวัตถุประสงค์ของอุปกรณ์นั้นๆ – การเลือกใช้งานอุปกรณ์ตามวัตถุประสงค์ต่างๆ ตามที่อุปกรณ์นั้นๆ ได้กำหนดมาให้ถือเป็นสิ่งที่ควรปฏิบัติมากที่สุด อย่าคิดว่าอุปกรณ์ทุกชนิดจะสามารถใช้งานได้อย่างที่ใจเราคิดหรือต้องการดัดแปลงเสมอไป เพราะถ้าหากใช้ไม่ถูกต้องตามวัตถุประสงค์ที่ควรจะเป็น ก็อาจจะทำให้อุปกรณ์เกิดความเสียหายได้ง่ายและเสียเงินโดยใช่เหตุ ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่ควรเกิดขึ้นในการใช้งานอุปกรณ์ต่างๆ
  3. หากอุปกรณ์มีปัญหาควรปรึกษาผู้รู้ทันที – อุปกรณ์ทุกชนิดไม่ว่าจะราคาแพงหรือคุณภาพดีแค่ไหนแน่นอนว่าวันหนึ่งมันก็ต้องมีชำรุดหรือเกิดปัญหาในการใช้งานได้อยู่แล้ว หากว่าอุปกรณ์เกิดปัญหาในการใช้งานขึ้นสิ่งที่ดีที่สุดหากว่าเราไม่รู้ว่าจะแก้ไขปัญหาอย่างไรก็คือควรที่จะให้ผู้ที่มีความรู้ความสามารถในการแก้ไขหรือซ่อมแซมอุปกรณ์นั้นๆ เข้ามาจัดการช่วยแก้ไขปัญหาให้ เพราะจะได้มีอุปกรณ์เอาไว้ใช้ได้ต่อไป หรือหากว่าอุปกรณ์หมดสภาพหรือเสื่อมสภาพไปตามกาลเวลาและการใช้งานก็ควรเลือกที่จะเปลี่ยนใหม่ไปเลย ซึ่งอาจจะทำให้เสียเงินน้อยกว่าการนำไปซ่อมและนำกลับมาใช้ใหม่ก็เป็นได้
Open post
CISCO SG200-18

CISCO SG200-18 ปรับเปลี่ยนได้ตามใจชอบ

CISCO SG200-18

CISCO SG200-18 มาพร้อมกับ 16 พอร์ทที่รองรับความเร็ว 10/100/1000 Mbps ที่สามารถใช้งานได้กับภายในบ้านและสำนักงานขนาดเล็ก ใช้พอร์ท แบบ RJ-45 รองรับการทำงาน Auto MDI/MDI-X, Half/Full Duplex Mode พร้อมกับ Combo Ports 2 Port SFP, Mini-GBIC 2 Port Mini-GBIC ป้องกันด้วยระบบ HTTP, RADIUS, port mirroring, TFTP upgrade, DHCP client, BOOTP, SNTP, ping, syslog

Open post
CISCO SG 300-52

CISCO SG 300-52 เต็มไปด้วยความสามารถในการทำงาน

CISCO SG 300-52

CISCO SG 300-52 เต็มไปด้วยความสามารถในการทำงานที่รองรับความหลากหลายในการปรับเปลี่ยน อุปกรณ์ Switch แบบ Managed L3 ขนาด 50 Port ความเร็ว 10/100/1000 Mbps และ 2 Port Gigabit (SFP) , 2 Port mini-GBIC  รองรับการทำงานระดับ Static Routing,VLANs, QOS, Authentication 802.1x และ Mac Filtering ควบคุมการทำงานง่ายผ่าน Web Browser เป็นอุปกรณ์ที่ใช้งานได้คุ้มค่าอีกอย่างหนึ่งด้วยลูกเล่น Spanning Tree Protocol (STP),Port grouping, VLAN, Voice VLAN, IGMP versions 1, 2, and 3 snooping, IPv4 routing, Classless Inter-Domain Routing (CIDR), DHCP relay at Layer 3, User Datagram Protocol (UDP) relay และการป้องกันที่ดีเยี่ยม Secure Shell (SSH) Protocol, Secure Sockets Layer (SSL),IEEE 802.1X (Authenticator role), STP Bridge Protocol Data Unit (BPDU) Guard, Secure Core Technology (SCT), RADIUS/TACACS+, Layer 2/3 isolation และรองรับ IPv6

Scroll to top