Open post
กำถั่ว-TS911

เข้าสู่เว็บไซต์คาสิโนออนไลน์ ได้เงินจริงบนมือถือ

คาสิโนออนไลน์มอบโอกาสให้กับผู้เล่นได้สัมผัสไปกับเกมเดิมพันออนไลน์ ที่ได้รับความนิยมสูงสุดร่วมลุ้นไปกับเกมที่สมาชิกชื่นชอบ ซึ่งจะเป็นรูปแบบ Player (ฝั่งผู้เล่น) และ Banker (ฝั่งเจ้ามือ) ขึ้นอยู่กับการเดิมพันที่คุณเลือก นอกจากนี้ยังมีหวยออนไลน์และการพนันอื่นๆ ที่ได้รับความสนใจในเวลานี้เปิดให้ได้เล่นกันไม่ได้มีเพียงแค่คาสิโนออนไลน์อย่างเดียวเท่านั้น ตอบแทนสมาชิกด้วยโปรโมชั่นแจกให้แบบง่ายๆ กติกาไม่ยุ่งยาก ยกระดับการเล่นของคุณด้วยการอ่านเนื้อหาที่เป็นประโยชน์ที่ไม่มีที่ไหนบอกให้ผู้เล่นได้รู้กัน เราได้มีการอธิบายวิธีเล่นเกมคาสิโนออนไลน์อย่างละเอียดและถูกต้อง ถ้าไม่ชอบอ่านบทความยังมีวีดีโอบอกถึงขั้นตอนเดิมพันทำให้สมาชิกเข้าใจได้ง่ายมากยิ่งขึ้น ถ้าใครที่กำลังมองหาเว็บคาสิโนออนไลน์ที่มีรางวัลแจ็คพอตแจกให้ไม่ว่าจะเล่นเกมแบบไหนรับรองว่าที่นี่ให้คุณได้รับตลอดการเป็นสมาชิก พร้อมหรือยังกับการก้าวสู่เส้นทางของการเดิมพันออนไลน์ที่มีทุกอย่างที่ผู้เล่นต้องการ

ไฮโล-TS911

เกมคาสิโนออนไลน์มีอะไรบ้าง

  • แบล็คแจ็ค เป็นเกมที่เล่นง่ายใช้ไพ่เพียงแค่ 2 ใบหรือมากกว่านั้นตามสถานการณ์ของเกม ถ้าใครมีแต้มสูงถึง 21 ก็จะเป็นฝ่ายชนะ
  • กำถั่ว เพียงแค่สมาชิกเลือกตัวเลข 1/2/3/4 แนะนำว่าถ้าอยากได้เงินควรเลือกเลข 2 กับ 3 เพราะจะออกบ่อยมากกว่า 1 และ 4 กำถั่วเป็นเกมที่เล่นง่ายใช้เวลาไม่นาน
  • บาคาร่า สุดยอดเกมไพ่ที่ไม่ว่าใครก็รู้จักกันดี จะมีรูปแบบคล้ายๆ กับป๊อกเด้งที่จะต้องทายว่าฝั่งไหนจะเป็นฝั่งที่ชนะรวมถึงเสมอด้วย เกมชนิดนี้มีอัตราลงเดิมพันที่น้อยมาก ทำให้คนส่วนใหญ่เลือกที่จะเล่นกันเป็นจำนวนมาก เชื่อเลยว่าถูกใจนักเสี่ยงโชคทุกท่านอย่างไม่ต้องสงสัย
  • รูเล็ต อีกหนึ่งการเดิมพันที่ผู้เล่นไม่ควรพลาด เป็นเกมที่ต้องใจเย็นและต้องมีสติตลอดเวลาเพราะคุณต้องวิเคราะห์สถิติตัวเลขในรอบก่อนหน้านั้น ส่วนของการแทงนั้นจะมีตั้งแต่ คู่/คี่ สูง/ต่ำ ดำ/แดง เป็นต้น การทายผลนั้นจะต้องอ่านเกมให้ออก แต่ก็ไม่ได้ยากอย่างที่คิด
  • ยิงปลา เป็นเกมที่เล่นง่ายมากแถมยังมีกราฟฟิคที่สวยงาม เสียงยิงและ Effect ที่เร้าใจ ผู้เล่นต้องใช้ความแม่นยำในการยิงปลาให้ถูกแล้วเก็บคะแนน ยิ่งมีคะแนนเยอะก็จะมีโอกาสชนะเกมได้ ถ้าใครที่ชอบแนวเกมแบบนี้ไม่ควรพลาด

แล้วนี้ก็เป็นส่วนนึงจากเกมเดิมพันทั้งหมดใน https://www.ts911.us/ ที่มีให้เลือก โดยที่ทุกเกมจะบอกวิธีการเล่นต่างๆ อย่างละเอียดตลอด 24 ชม.

Open post
Change-your-system-with-AI-and-Machine-Learning-news-site

Cisco เปิดแนวคิดเครือข่ายระบบใหม่ สามารถเปลี่ยนระบบตัวเองได้ด้วย AI และ Machine Learning

ในยุคที่เทคโนโลยีมีการพัฒนาก้าวหน้าเรื่อยๆ ทำให้อะไรหลายอย่างปรับเปลี่ยนไป ซึ่งหากพูดถึงการปรับเปลี่ยนหรือเปลี่ยนแปลงที่ผ่านมา ผู้นำด้านเทคโนโลยี อย่าง Cisco ก็ได้เปิดตัวแนวคิดระบบเครือข่ายใหม่เปลี่ยนแปลงตัวเองได้ด้วย AI และ Machine Learning ไปแล้ว แต่ถึงกระนั้นบางคนก็อาจจะยังสงสัย อยากทำความรู้จักแนวคิดนี้ให้มากขึ้นและในบทความนี้ก็ได้รวบรวมข้อมูลมาไว้ให้ศึกษาแล้ว

ทำความรู้จักโซลูชัน Intent-based Networking

Intent-based Networking ที่ทาง Cisco ได้เปิดตัวไปนั้นเป็นระบบเครือข่ายในอนาคตที่พัฒนามาไว้ให้กับเหล่าองค์กร ที่จะมีการผสมผสาน 2 สิ่งเข้าไปในระบบเครือข่ายโดยตรงเลย นั่นคือ AI และ Machine Learning ซึ่งทั้ง 2 สิ่งนี้จะไปเรียนรู้การทำงานทำให้ทราบถึงความต้องการนั้นๆ ไม่ว่าจะ ระบบเครือข่าย การปรับปรุงที่ควรได้รับเลยอัตโนมัติ เรื่องราวแปลกปลอมที่เกิดขึ้นในเครือข่าย ฯลฯ แต่ก็ใช่ว่าแนวคิดนี้จะมองแค่ด้าน Network ซึ่งยังได้มองถึงด้าน Security ร่วมด้วย ซึ่งโซลูชัน Intent-based Networking ที่ทาง Cisco ได้เปิดตัวไปนั้นจะทำงานในรูปแบบเต็มตัวของ Sofware-defined Networking ที่ประกอบด้วย 3 หลักการ ได้แก่ Context, Intuition และ Intent

  1. Context : เป็นการใช้สิ่งแวดล้อมภายในระบบมาระบุถึงพฤติกรรมของระบบเครือข่าย เช่น Who, What, Where, When, How ช่วยให้การทำงานง่ายขึ้น
  2. Intuition : จะมีการวิเคราะห์เครือข่ายทั้งหมดในตัว อย่าง Flow ผ่านระบบ AI และ Machine Learning ซึ่งจะช่วยให้เราสามารถมองเห็นเหตการณ์ต่างๆ ที่จะเกิดขึ้นรวมถึงคาดการณ์แนวโน้วที่จะเกิดขึ้นในอนาคตข้างหน้าได้ทันที
  3. Intent : สุดท้ายจะเป็นการกำหนดค่าในระบบเครือข่ายต่างๆ ได้แก่ เลือกวัตถุประสงค์ของระบบเครือข่ายที่อยากจะให้เป็นมาแทนการกำหนดค่าเชิงเทคนิค ช่วยให้เราได้รับผลลัพธ์ที่ต้องการมากขึ้น

Change-your-system-with-AI-and-Machine-Learning-site-news

การทำงานของโซลูชัน Intent-based Networking

สำหรับระบบเครือข่ายของ Intent-based Networking ที่เราเห็นนั้น จริงๆ แล้วต้องอาศัย Cisco Digital Network Architecture (DNA) มาช่วยในการทำงานด้วย เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพขั้นสุดต่อผู้ใช้งานนั้นๆ โดย Cisco DNA จะมีเทคโนโลยีต่างๆ มาเกี่ยวข้องด้วย ซึ่งวันนี้เราพาไปดู

  • Network Data Platform and Assurance : เป็นระบบที่ใช้อยู่ใน Machine Learning เกี่ยวกับการระบุควาสัมพันธ์ของข้อมูลที่มีอยู่ในระบบเครือข่ายทั้งหมดและการจัดหมวดหมู่เข้าด้วยกัน
  • DNA Center : เป็นระบบของ Intent-based ที่ช่วยจัดการเครือข่ายจากศูนย์กลาง
  • Software Subscription : เป็นระบบที่อยู่ใน DNA มีความสามารถในเรื่อง Subscribe แบบเฉพาะส่วนหรือเป็นชุด Cisco One ได้หมดถ้าสดชื่น
  • Software-Defined Access (SD-Access) : เป็นระบบที่ช่วยควบคุมการเข้าใช้งานเครือข่ายของผู้ที่ใช้งานทั้งหมด ทำให้เครือข่ายถุกแก้ไขให้เร็วขึ้นร้อยละ 80, ลดค่าใช้จ่ายเรื่องการดำเนินการลงร้อยละ 61, สร้างนโยบายให้ผู้ใช้งานแต่ละคนเร็วขึ้นร้อยละ 67 และลดช่องโหว่เกี่ยวกับความปลอดภัยเครือข่ายร้อยละ 48
  • DNA Services : จะมีทีมงานคอยอบรมและให้คำปรึกษาเกี่ยวกับการปรับเปลี่ยนระบบเครือข่ายให้ไปเป็นแบบ Intent-based Networking
  • Catalyst 9000 Switch Portfolio : เป็น Switch ที่มี IOS XE และ ASIC รุ่นใหม่ในตัว ช่วยรองรับความสามารถในเรื่องการทำงานร่วมกับระบบอื่นๆ
  • Developer Center : เป็นระบบที่เปิด DevNet DNA Developer Center โดย Cisco ใช้เพื่ออบรมการพัฒนาแอปพลิเคชั่นและแลกเปลี่ยนความรู้แบบชุมชนกัน ให้ทำงานร่วมกับเครือข่าย Cisco DNA ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  • Encrypted Traffic Analytics : เป็นระบบตัวช่วยชั้นดีที่จะมาค้นหาความเสี่ยงหรือภัยคุกคามที่แฝงอยู่ในข้อมูลที่ต้องเข้ารหัส ซึ่งการวิเคราะห์ Metadata Traffic Pattern เราจะเลือกใช้ Machine Learning ร่วมกับ Cisco Talos Cyber Intelligence ทำให้ค้นหาการคุกคามได้แม่นยำถึงร้อยละ 90 ไม่ต้องมาเสียเวลาถอดรหัสข้อมูลใดๆ แถมมี False Positive ร้อยละ 01 เท่านั้นด้วย

องค์กรใดอยากมีการทำงานที่ดี เต็มประสิทธิภาพไม่ต้องกังวลเรื่องต่างๆ หันมาเปลี่ยนแปลงตัวเองด้วยระบบเครือข่ายใหม่ AI และ Machine Learning ถือว่าน่าสนใจมากเลยทีเดียว

Open post
Adapt-in-the-era-of-Cisco-IBN-news-site

5 แนวทางที่ Network Engineer ควรปรับตัว ในยุคของ Cisco IBN

ทุกสิ่งอย่างล้วนมีการพัฒนาอยู่เสมอ ซึ่งปัจจุบันระบบ IT เรียกได้ว่าเป็นหัวใจที่สำคัญต่อองค์กร จึงไม่แปลกที่ระบบเครือข่ายจะมีการพัฒนาเปลี่ยนแปลงมหาศาลหลังจากหยุดนิ่งมานานหลายสิบปี แน่นอนว่าในอนาคตทั้งเชิงการบริการจัดการและเทคโนโลยีมีการเปลี่ยนแปลงใหม่หมด กลายเป็นยุคของ Cisco Intent-based Networking แล้วแบบนี้เหล่า Network Engineer ควรปรับตัอย่างไรล่ะ? วันนี้เรามี 5 แนวทางมาแนะนำ

Adapt-in-the-era-of-Cisco-IBN-site-news

5 แนวทางการปรับตัวให้อยู่รอดของ Network Engineer

  1. การกำหนดนโยบายเป็นสิ่งที่ต้องให้ความสำคัญมากขึ้น

Cisco ได้แก้ไขปัญหาการทำงานที่ยึดติดกับ IP Address และการตั้งค่าที่ทำให้ระบบเครือข่ายมีพฤติกรรมที่เราต้องการ แน่นอนว่าต้องเข้าใจในตัวแปรและชุดคำสั่งต่างๆ อย่างมาก โดยที่ Cisco Intent-based Networking จะมีการสร้างกลุ่มขึ้นมาแล้วจึงกำหนดการทำงานต่ออุปกรณ์นั้นๆ ว่าจะไปอยู่ในกลุ่มใดได้ แต่ละกลุ่มก็จะเชื่อมต่อการทำงานลักษณะ Security และ QoS ไม่ได้ขึ้นตรงกับ IP Address ผู้ดุแลระบบจึงไม่ต้องมาสนใจเรื่องการกำหนด ACL มากเหมือนเดิม ช่วยให้ระบบเครือข่ายขยายเพิ่มอย่างอิสระและรวดเร็วมากขึ้น ไม่ทำให้องค์กรเคยชินอยู่กับการออกแบบ VLAN และ IP รวมถึง Routing อีกต่อไป

  1. ไม่อาจหลีกเลี่ยงงานด้าน Network Security พื้นฐานไปได้

ใน Cisco Intent-based Networking ได้มีการพัฒนาแนวคิด Software-defined Access (SD-Access) เสริมขึ้นมา ช่วยตรวจสอบตัวตนของผู้ใช้งานในระบบเครือข่ายและตัวตนอุปกรณ์ ทำให้เกิดการออกแบบด้านความปลอดภัยขึ้นในทุกๆ การเชื่อมต่อ อย่าง Authorization, Accounting และ Authentication (AAA) โดยที่ผู้ดูแลระบบต้องรู้ว่าอุปกรณ์ใดบ้างจะยืนยันตัวตนในระบบเครือข่ายผ่านวิธีการใด แล้วจะต้องส่ง Policy แบบใดกลับไปแทนด้วย อย่างไรก็ตาม Cisco มองว่าสองสิ่ง อย่าง Network กับ Network Security ไม่อาจแยกจากกันได้เหมือนเดิม จึงสร้างให้ Cisco Intent-based Networking มีความสามารถด้านความปลอดภัยด้วย มีการตรวจจับภัยคุกคามที่แฝงในข้อมูล ตรวจจับ Malware จากการวิเคราะห์ด้าน Machine Learning

  1. อาจไม่ได้ใช้ CLI มากเหมือนเดิม จึงต้องแน่นเรื่องพื้นฐาน Network

ถึง Cisco Intent-based Networking จะช่วยให้ผู้ดูแลระบบไม่ต้องยุ่งอะไรกับ CLI มากเหมือนเดิมเพราะเป็นแบบ High Level แต่ถึงกระนั้นเราก็ต้องใช้ความรู้ความเข้าใจเรื่องพื้นฐาน Network ทั้ง High Availability, ACL, Switching, Routing, QoS และอื่นๆ อีกมาก รวมถึงเรื่องการเข้าใจพฤติกรรมของระบบเครือข่าย การออกแบบให้ระบบเครือข่ายตรงตามการใช้งาน การแก้ไขปัญหาเชิงลึกด้านเทคนิคต่างๆ ด้วย อย่างไรก็ตาม ผู้ดูแลระบบต้องลด Downtime และเปลี่ยนจากการทำงานเชิงรับมาเป็นเชิงรุกซึ่งจะต้องแก้ปัญหาที่กำลังจะเกิดขึ้นก่อนได้ เนื่องจาก Cisco Intent-based Networking จะมีการคาดการณ์ปัญหา หรือภัยคุกคามที่จะเกิดในอนาคต ตรวจสอบความผิดปกติในระบบเครือข่าย ผ่าน Machine Learning และ AI ที่ได้นำมาใช้ร่วมกัน

  1. ต้องสามารถเขียน Script หรือควบคุมระบบได้ด้วยตนเอง

จำเป็นอย่างยิ่งที่ผู้ดูแลระบบต้องสร้าง Automation ขึ้นมาในระบบเครือข่ายด้วยการเขียน Script หรือพัฒนา Software ให้ระบบภายในได้เชื่อมต่อกัน ซึ่งเราต้องควบคุมระบบได้ด้วยตนเอง เพราะการสร้าง Script หรือ Software จะช่วยให้การทำงานของเราง่ายและตอบโจทย์มากขึ้น เนื่องจากแต่ละองค์กรมีระบบเครือข่ายที่มีความต้องการและเวงื่อนไขต่างกัน

  1. ทำงานร่วมกับทีมอื่นๆ มากขึ้น

ทีมอื่นๆ ที่ว่าก็ได้แก่ Developer, Systems Engineer และ Security Engineer ซึ่งการใช้ Cisco Intent-based Networking ให้ได้ศักยภาพสูงสุด ควรมีการเชื่อมต่อกับแอปพลิเคชั่น และ IT Infrastructure ให้ทำงานร่วมกันอัตโนมัติ เช่น การผสมผสาน Network อย่าง Virtualization หรือ Private Cloud เข้ากับ IT Infrastructure ให้การทำงานร่วมกันอัตโนมัติ โดย Virtual Machine จะถูกกำหนด Policy ใหม่ๆ ให้ และไปรวมกับแอปพิลเคชั่นที่องค์กรใช้ พอมีผู้เริ่มใช้งานระบบเครือข่ายสร้าง QoS มารองรับแอปพลิเคชั่นนั้นๆ

หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหล่า Network Engineer จะสามารถปรับตัวได้อย่างตอบโจทย์ ก้าวเข้าสู่ยุคของ Cisco Intent-based Networking เต็มตัวเมื่อไร ก็ไม่ทำให้เกิดผลเสียต่อการทำงานได้

Posts navigation

1 2 3 4 11 12 13
Scroll to top